July 14, 2019 news 0

ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย ถังกรองเพื่อบำบัดน้ำเสียชนิดไม่เติมอากาศ ( Anaerobic Unit ) พัฒนามาจากระบบบ่อเกรอะ โดยทำให้เกิดการย่อยสลายเพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนแบคทีเรีย

โดยใช้สื่อชีวภาพ ( Bio-Media ) มาเป็นตัวกลางให้แบคทีเรียเกาะ ยิ่งมีพื้นที่ผิวมาก จำนวนแบคทีเรียก็จะยิ่งมากขึ้น ทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียดีขึ้นเช่นกัน ส่วนกรองชนิดนี้เป็นที่นิยมสำหรับบ้านพักอาศัย เนื่องจากดูแลรักษาง่ายและประหยัดค่าไฟฟ้า แต่มีข้อเสียคือในช่วงแรกจุลินทรีย์ในส่วนกรองชนิดไม่เติมอากาศมีปริมาณน้อย จึงย่อยกากของเสียไม่ทัน ทำให้เกิดก๊าซมีกลิ่นเหม็น สามารถแก้ไขด้วยการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์เติมลงไปในถัง และดูดกากของเสียออกอย่างสม่ำเสมอ

ถังกรองเพื่อบำบัดน้ำเสียชนิดเติมอากาศ ( Aerobic Unit ) โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่

1. ระบบ Activated Sludge หรือระบบตะกอนเร่ง อาศัยการย่อยสลายของเสียโดยแบคทีเรียชนิดใช้อากาศ (Aerobic Bacteria) โดยเติมอากาศที่ Aeration Chamber และนำเอาตะกอนซึ่งมีแบคทีเรียที่ยังสามารถย่อยสลายของเสียได้ จากส่วนตกตะกอนกลับมาใช้ใหม่

2. ระบบ Contact Aeration Process หลักการของระบบนี้จะอาศัยแบคทีเรียชนิดใช้อากาศ ( Aerobic Bacteria) และเพิ่มจำนวนแบคทีเรียด้วยการมีสื่อชีวภาพให้แบคทีเรียเกาะ นอกจากนี้ยังมีการนำตะกอน (Sludge) จากส่วนตกตะกอนมาใช้ใหม่ เพื่อนำแบคทีเรียที่ยังสามารถย่อยสลายของเสียกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย

ประสิทธิภาพของระบบเติมอากาศ (Aerobic Unit) นี้จะดีกว่าระบบไม่เติมอากาศ (Anaerobic Unit) ค่ะ เนื่องจากสามารถลดค่า BOD* ได้มากกว่า แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าไฟฟ้าสำหรับระบบเติมอากาศและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการน้ำทิ้งที่มีมาตรฐานสูง

นอกจากนี้ในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียควรติดตั้งท่ออากาศขนาด 1 นิ้วบริเวณด้านบนของถังบำบัดน้ำเสียด้วยเพื่อช่วยในการระบายความดันให้อยู่ในสภาวะสมดุลซึ่งหากเกิดความดันภายในถังมากไปจะส่งผลให้ชักโครกไม่ลงได้ค่ะ